ดอกขจร ผักพื้นบ้านไทย กลิ่นหอม สรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย
ดอกขจร หรือที่หลายคนเรียกว่า ดอกสลิด เป็นผักพื้นบ้านของไทยที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการนำมาประกอบอาหาร ดอกขจรมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Telosma cordata เป็นไม้เถาเลื้อยที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทหรือสวนครัว ดอกขจรมีลักษณะสีเหลืองอ่อน กลิ่นหอมอ่อน ๆ และสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายเมนู เช่น ผัดดอกขจร แกงส้มดอกขจร หรือดอกขจรผัดไข่ นอกจากความอร่อยแล้ว ดอกขจรยังเป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่มีคุณค่าทางโภชนาการและมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วย
ลักษณะของต้นดอกขจร


ต้นดอกขจรเป็นไม้เถาเลื้อยที่สามารถเลื้อยเกาะไปตามรั้วหรือค้างไม้ได้ดี ใบมีลักษณะเป็นรูปหัวใจ สีเขียวสด ดอกขจรมีสีเหลืองอ่อน ออกเป็นช่อ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว โดยเฉพาะในช่วงเย็นหรือกลางคืน ดอกจะบานและส่งกลิ่นหอมมากขึ้น ดอกขจรสามารถเก็บมารับประทานได้ทั้งดอกตูมและดอกที่เริ่มบาน ซึ่งมักนิยมใช้เป็นผักในอาหารไทย
สรรพคุณของดอกขจร
ดอกขจรเป็นผักพื้นบ้านที่มีสารอาหารและสรรพคุณทางสมุนไพรหลายด้าน
ช่วยบำรุงสายตา
ดอกขจรมีวิตามินเอที่ช่วยบำรุงสายตาและช่วยให้การมองเห็นดีขึ้น
ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
ดอกขจรมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย
ช่วยบำรุงร่างกาย
การรับประทานดอกขจรเป็นประจำช่วยเสริมสร้างสุขภาพและบำรุงร่างกาย
ช่วยระบบขับถ่าย
ดอกขจรมีใยอาหารที่ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น
ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน
สารอาหารในดอกขจรช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
เมนูอาหารจากดอกขจร
ดอกขจรสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายเมนู และเป็นที่นิยมในอาหารไทย
ดอกขจรผัดไข่
เป็นเมนูยอดนิยมที่ทำง่ายและมีรสชาติอร่อย
แกงส้มดอกขจร
เมนูอาหารไทยที่มีรสเปรี้ยวเผ็ด และมีกลิ่นหอมของดอกขจร
ดอกขจรผัดน้ำมันหอย
เป็นเมนูที่ช่วยเพิ่มรสชาติหวานหอมของดอกขจร
สารอาหารในดอกขจร
ดอกขจรมีสารอาหารหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น
- วิตามินเอ
- วิตามินซี
- แคลเซียม
- ใยอาหาร
- สารต้านอนุมูลอิสระ
สารอาหารเหล่านี้ช่วยเสริมสุขภาพและช่วยให้ร่างกายแข็งแรง
ข้อควรระวังในการกินดอกขจร
แม้ว่าดอกขจรจะเป็นผักที่ดีต่อสุขภาพ แต่ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม
- ควรล้างดอกให้สะอาดก่อนนำมาปรุงอาหาร
- ไม่ควรรับประทานในปริมาณมากเกินไป
- ผู้ที่แพ้อาหารบางชนิดควรระวัง
